ออกแบบขนาดและรูปทรงหน้าอกตามฐานอก สรีระ และเป้าหมายของผู้รับบริการ เพื่อให้ภาพรวมของรูปร่างดูสมดุล
ผู้หญิงโดยทั่วไปมักประสบกับปัญหาการมีหน้าอกที่เล็ก ทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเอง การเสริมหน้าอกจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหาอื่น ๆ การเสริมหน้าอก (Augmentation Mammoplasty) เป็นการผ่าตัดที่จะทำให้หน้าอกดูเป็นรูปเป็นร่าง ได้สัดส่วนตามต้องการ ทั้งนี้เพื่อ
• การได้รูปร่างที่สวยงามขึ้น
• ความกระชับของทรวงอกที่หย่อนยานหลังจากการลดน้ำหนัก หรือการมีบุตร
• ได้สัดส่วนที่เท่ากันของเต้านมสำหรับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องความไม่เท่ากันของขนาด และรูปลักษณ์ของหน้าอก
• ปรับฐานของเต้านมสำหรับผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาโรคเต้านม
• ปรับปรุงทรงให้กับผู้ที่ไม่มีเต้านม หรือเสียรูปเนื่องจากบาดแผล กรรมพันธุ์ และความผิดปกติของเต้านม การเสริมหน้าอกจะทำให้ศัลยแพทย์สามารถเสริมหน้าอกได้ตามขนาดต่าง ๆ หากทางเลือกทางนี้เป็นสิ่งที่คุณต้องการ ข้อมูลที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นสิ่งที่คุณควรรู้ ก่อนได้รับการผ่าตัด เช่น ขั้นตอนการทำเป็นอย่างไร หรือผลลัพธ์ที่ได้
ออกมาจะเป็นอย่างไร แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะเหมือนกันทุกรายไป เพราะส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล การได้รับคำแนะนำจากศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
จึงมีความจำเป็นที่สุด
ผู้ที่มีความเหมาะสมในการเสริมหน้าอก
ผู้ที่มีความเหมาะสมในการเสริมหน้าอกคือบุคคลที่มีความต้องการจะเสริมบุคลิกภาพ ถ้าคุณเป็นผู้ที่มีสุขภาพดี สมบูรณ์ แข็งแรง คุณสามารถรับการผ่าตัดได้
ชนิดของทรวงอก
ขนาดและรูปทรงของทรวงอกขึ้นอยู่กับ
• ลักษณะทางกายวิภาคของเต้านม
• ลักษณะของร่างกาย
• ขนาดที่ต้องการ
• การดำเนินชีวิตประจำวัน
• คำแนะนำจากศัลยแพทย์
ชนิดของถุงซิลิโคน
การเลือกขนาด รูปร่างและชนิดของถุงซิลิโคน ขึ้นอยู่กับลักษณะของเต้านม ขนาดรูปร่างและความต้องการเพิ่มขนาดของเต้านม นอกจากนี้ความชอบส่วนตัว การดำเนินชีวิตของผู้ป่วย และคำแนะนำ การตัดสินใจของแพทย์ ยังเป็นปัจจัยที่กำหนดชนิดของถุงซิลิโคน อีกด้วย ซิลิโคนทีใช้ในศัลยกรรมเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ มีทั้งเป็นแชมพูซิลิโคน และถุงซิลิโคน สำหรับถุงซิลิโคนมีทั้งชนิดที่มีน้ำเกลือหรือเจลซิลิโคนอยู่ภายใน โดยทั้งสองชนิดนี้ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาถึงความปลอดภัย ขนาดของทรวงอกวัดเป็น ซีซี ตามความจุของน้ำเกลือหรือเจลซิลิโคน โดยมีลักษณะแตกต่างอย่างอื่นมี ดังนี้
• ตามพื้นผิว : ผิวเรียบ หรือ ผิวทราย
• ตามขนาด : รูปร่างกลม หรือรูปทรงหยดน้ำ
• การตามการเพิ่มการยื่นเมื่อมองด้านข้าง : มีตั้งแต่ระดับน้อย ปานกลาง และมาก ซึ่งวัดจากระยะตั้งแต่ฐานของเต้านมจนถึงจุดสูงสุด
• ตามเส้นผ่านศูนย์กลาง : ความกว้างของฐานเต้านมโดยจะวัดจากฐานของเต้านม
ปกติแล้วการเสริมหน้าอกสามารถทำได้ในแต่ละช่วงวัยต่างๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นกับดุลยพินิจของศัลยแพทย์ และแนะนำสำหรับผู้ที่อยู่ในวัยที่มีเต้านมเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว
• ถุงน้ำเกลือเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
• ถุงเจลซิลิโคนเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 22 ปีขึ้นไป
สิ่งที่ควรจะรู้เกี่ยวกับการเสริมหน้าอกคือ การเสริมหน้าอกนั้นอาจจะไม่คงทนถาวร ซึ่งนั่นหมายความว่า อาจจะมีการผ่าตัดเกิดขึ้นอีกครั้งภายหลังเพื่อทดแทน
ที่อันเดิม จะเป็นเต้านมควรได้รับการตรวจอย่างสม่ำเสมอ
การเตรียมพร้อมสำหรับการผ่าตัด
ศัลยแพทย์จะให้คำแนะนำถึงขั้นตอนของการเตรียมพร้อมสำหรับการผ่าตัด รวมถึงคำแนะนำในการรับประทานอาหาร การดื่ม การสูบบุหรี่ การบริโภควิตามิน และยาชนิดอื่นๆ ถ้าคุณสูบบุหรี่ ควรเตรียมตัวให้พร้อมโดยการหยุดสูบประมาณ 1 – 2 อาทิตย์ ก่อนการผ่าตัด แต่สามารถสูบได้หลังจากการผ่าตัดอย่างน้อย 2 อาทิตย์ หลีกเลี่ยงการรับประทานยาแอสไพรินประมาณ 14 วัน ถ้าคุณเกิดมีไข้ หรือการติดเชื้อใดๆ โดยเฉพาะทางด้านผิวหนัง การผ่าตัดอาจจะถูกเลื่อนออกไปก่อน หลังจากการผ่าตัด ควรมีเพื่อนมารับคุณกลับ และดูแลคุณต่ออีก 1 – 2 วัน หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่เผ็ด และหลีกเลี่ยงการดื่มสุรา และเบียร์ในช่วงก่อนผ่าตัด ให้งดการรับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่มหลังเที่ยงคืนในคืนก่อนวันผ่าตัด ยกเว้นการจิบน้ำเล็กๆน้อยๆสำหรับรับประทานยา
ชนิดของยาสลบ
โดยทั่วไปแล้ว ศัลยแพทย์จะใช้การฉีดยาสลบเข้ากระแสเลือด โดยผู้รับการผ่าตัดจะหลับตลอดการผ่าตัด ศัลยแพทย์บางคนอาจจะทำการฉีดสารละลายพิเศษให้เข้าบริเวณที่ทำการผ่าตัด ควบคู่กับการให้ยานอนหลับชนิดอ่อนเพื่อทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ทำให้ลดผู้ป่วยสามารถฟื้นและกลับบ้านได้เร็วขึ้น
การผ่าตัด
ตำแหน่ง แผลและตำแหน่งของถุงซิลิโคนในการวางจะขึ้นอยู่กับลักษณะของกายวิภาค และตามดุลยพินิจของศัลยแพทย์ ตำแหน่งที่ใส่สามารถทำได้ตรงบริเวณราวนมบริเวณรอบหัวนม หรือบริเวณรักแร้ รวมถึงบริเวณสะดือสำหรับถุงน้ำเกลือ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่า จะเป็นวิธีใดวิธีหนึ่งศัลยแพทย์จะพยายามให้มีแผลเป็นเส้นชัดและเล็กน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ในขณะผ่าตัด ศัลยแพทย์จะสร้างช่องว่าง ( pocket) ที่บริเวณใต้เนื้อเต้านมเพื่อวางถุงซิลิโคน (submammary or subglandular placement) หรือ วางใต้กล้ามเนื้อของเต้านม โดยจะวางอยู่บนกระดูกซี่โครง (submuscular placement) หลังจากการผ่าตัดศัลยแพทย์จะเย็บปิดปากแผล และพันแผลด้วยผ้าพันแผลเพื่อช่วยในการรักษา การผ่าตัดจะใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 1 – 2 ช.ม.
หลังการผ่าตัด
ผู้รับการผ่าตัดจะรู้สึกเพลีย และปวดอยู่ประมาณ 2 – 3 วันหลังจากการผ่าตัด ซึ่งศัลยแพทย์จะให้ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการนั้นๆ แผลจะปิดตัวหลังจากการผ่าตัดภายใน 1 อาทิตย์ กรณีเป็นแผลด้วยไหมไม่ละลาย ไหมจะถูกตัดออก และผู้ป่วยจะ ต้องรัดผ้าหรือแพทย์จะสวมพิเศษ ซึ่งควรจะสวมตามคำแนะนำของศัลยแพทย์ ในบางรายอาจจะมีความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่บริเวณหัวนมประมาณ 2 อาทิตย์ ซึ่งควรจะหลีกเลี่ยงการถูกเนื้อบริเวณนั้นๆ แต่จะค่อยๆ บรรเทาลงเมื่อแผลค่อยๆจางไป แผลจะได้รับการตัดไหมประมาณ 7 – 10 วัน ส่วนอาการบวมจะค่อยๆดีและหายไปประมาณ 3 – 5 อาทิตย์
กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
ผู้ป่วยสามารถกลับไปสู่การทำภารกิจปกติได้อีกครั้งภายใน 2-3วัน สามารถออกกำลังกายและสัมผัส จับต้องได้ปกติประมาณ 3-4 สัปดาห์ แผลเป็นจะเริ่มดีขึ้นภายใน 6 อาทิตย์ และหลังจาก 2-3 เดือน แผลเป็นจะค่อยๆ จางลงเรื่อยๆ แม้จะยังมองเห็นแผลเป็นอยู่บ้างเป็นระยะๆ อยู่บ้าง
ศัลยกรรมรูปร่าง
ดูแลปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย ปรับตำแหน่งและรูปทรงให้เหมาะสม โดยแพทย์ประเมินระดับความหย่อนและแนวแผลก่อนทำ
ศัลยกรรมรูปร่าง
ลดไขมันสะสมเฉพาะจุดเพื่อเก็บรายละเอียดสัดส่วน โดยไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักหลัก และควรประเมินสุขภาพก่อนรับบริการ
ศัลยกรรมรูปร่าง
เพิ่มมิติและสัดส่วนช่วงสะโพกให้รับกับเอวและรูปร่างโดยรวม โดยเลือกเทคนิคตามสรีระและความเหมาะสม
ข้อมูลบนเว็บไซต์เป็นข้อมูลประกอบการเตรียมหัวข้อปรึกษา ความเหมาะสม ผลลัพธ์ และระยะพักฟื้นต้องประเมินโดยแพทย์เป็นรายบุคคล